Bitcoin (BTC) ถูกสร้างขึ้นโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ไม่เปิดเผยตัวตน ภายใต้นามแฝง ซาโตชิ นากาโมโตะ (Satoshi Nakamoto) เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม 2009 พร้อมกับการขุดบล็อกแรกของโลกที่เรียกว่า Genesis Block จุดประสงค์คือทำให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ ปราศจากการควบคุมจากรัฐบาลหรือองค์กรใด ๆ
วันที่ 3 มกราคม 2009 เป็นก้าวแรกของซาโตชิที่ประสบความสำเร็จในการขุด Genesis Block ซึ่งนับเป็นบล็อกแรกของเครือข่าย Bitcoin เปิดตัวด้วยมูลค่าเริ่มต้นเพียง $0 แต่เมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น จนดึงดูดนักขุดและนักลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ ความต้องการครอบครอง Bitcoin ก็สูงขึ้นตามไปด้วย
Bitcoin Pizza Day: วันที่ Bitcoin ถูกใช้จ่ายในชีวิตจริงเป็นครั้งแรก
วันที่ 22 พฤษภาคม 2010 มีหนี่งเหตุการณ์ในตำนานได้เกิดขึ้น เมื่อ Laszlo Hanyecz โปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกัน ได้ซื้อพิซซ่า 2 ถาดด้วย Bitcoin ในราคามหาศาล 10,000 BTC (ในเวลานั้นมูลค่ายังต่ำมากเมื่อเทียบกับราคาบิทคอยน์วันนี้) เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า Bitcoin Pizza Day และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ Bitcoin ในชีวิตจริงครั้งแรก และกลายเป็นวันสำคัญประจำปีของชาวคริปโตทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นชาว Bitcoin Maximalist หรือคนใน community ต่างก็ใช้วันนี้เป็นโอกาสมารวมตัวเฉลิมฉลอง แบ่งปันเรื่องราว และระลึกถึงก้าวแรกของการใช้คริปโต
เส้นทางการพัฒนาเครือข่าย Bitcoin
นับตั้งแต่เปิดตัว เครือข่ายบล็อกเชนของ Bitcoin มีการอัปเกรดอยู่หลายครั้ง เช่น Taproot Update ในปี 2021 ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้ธุรกรรม หลังจากที่เคยมีการอัปเดต Segregated Witness (SegWit) ในปี 2017 ซึ่งช่วยปรับโครงสร้างข้อมูลและลดขนาดธุรกรรมบนเครือข่าย โดย Taproot ช่วยยกระดับความปลอดภัยของธุรกรรม Bitcoin ด้วยเทคนิค MAST (Merkelized Abstract Syntax Tree) ที่ซ่อนข้อมูลบางส่วนเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ซึ่งถือเป็นจุดพัฒนาสำคัญที่ทำให้เครือข่ายแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ และยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ติดตาม ราคา Bitcoin จนถึงทุกวันนี้
Lightning Network (เครือข่ายไลต์นิง) ของ Bitcoin
Lightning Network เป็นอีกขั้นของการพัฒนา Bitcoin เป็นระบบชำระเงินแบบเลเยอร์ 2 ที่ต่อยอดจากบล็อกเชนหลัก เป้าหมายคือการพัฒนา Scalability ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมเร็วขึ้นและมีค่าธรรมเนียมถูกลง เหมาะกับการโอนบ่อย ๆ หรือโอนจำนวนเล็ก ๆ โดยไม่ต้องรอคิวบนบล็อกเชนหลักนาน ๆ
การอัปเกรด Taproot ของ Bitcoin
Taproot ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของ Bitcoin เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2021 ที่บล็อก 709,632 การอัปเดตนี้ช่วยให้ทำธุรกรรมได้เร็วขึ้น ประหยัดค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะธุรกรรมแบบหลายลายเซ็น (Multi-Signature) แถมยังเพิ่มความเป็นส่วนตัว ทำให้ธุรกรรมซับซ้อน เช่นการซื้อ-ขาย บนระบบ Lightning Network ทำได้ง่ายขึ้น เหมือนธุรกรรมทั่วไป และปลอดภัยกว่าเดิม
Bitcoin Ordinals และ NFT
Bitcoin Ordinals หรือที่รู้จักกันว่า Bitcoin NFT คือโทเคนดิจิทัลแบบ Non-Fungible Token (NFT) ที่อยู่บนบล็อกเชนของ Bitcoin โดยตรง เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม 2023 พร้อมมาตรฐานโทเคน BRC-20 และได้รับความสนใจอย่างมากจากวงการคริปโต
วิธีการสร้าง Bitcoin Ordinals คือการฝังข้อมูลลงใน satoshi ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดของ Bitcoin (1 satoshi = 0.00000001 BTC) โดยแต่ละ satoshi จะมีรหัสเฉพาะตัวเหมือน “หมายเลขซีเรียล” และสามารถใส่ข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น ข้อความ ภาพ เสียง หรือวิดีโอ ทำให้กลายเป็น NFT ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และอยู่บนบล็อกเชน Bitcoin อย่างถาวร
การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF
ในเดือนมกราคม 2024 ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีได้ก้าวสู่หมุดหมายสำคัญ เมื่อสหรัฐฯ อนุมัติการซื้อขาย Spot Bitcoin ETF ซึ่งเป็นกองทุนที่ให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนใน Bitcoin ได้โดยไม่ต้องถือครองเหรียญจริง ทำให้ทั้งนักลงทุนรายใหญ่ (สถาบัน) และรายย่อยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจดึงเม็ดเงินจำนวนมากเข้าสู่ตลาด และมีโอกาสผลักดันราคาบิทคอยน์วันนี้และในอนาคตให้ปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดิม
Bitcoin Halving
Bitcoin Halving คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี ซึ่งระบบจะลดรางวัลของนักขุดลงครึ่งหนึ่ง ทำให้จำนวน Bitcoin ที่เข้าสู่ตลาดน้อยลง เกิดความหายาก และมักจะเป็นช่วงที่ราคามีการขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2012 จนถึง 2016, 2020 และล่าสุดปี 2024 เหตุการณ์นี้มักตามมาด้วยการปรับขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่อง หลายคนที่ติดตามราคาบิทคอยน์วันนี้ มักเฝ้ารอและให้ความสำคัญกับ Halving รอบถัดไปในปี 2028 ว่าจะสร้างคลื่นราคาครั้งใหม่ได้หรือไม่